ประวัตินักฟุตบอล - Page 30 of 30 -Our Blog

ประวัติความเป็นมาของ อันเดรีย เบล็อตติ

ชื่อเต็ม : อันเดรีย เบล็อตติ
วันเกิด : 20 เดือนธันวาคม 1993
สถานที่เกิด : กัลซิเนเต้, ประเทศอิตาลี
เชื้อชาติ : อิตาลี
ความสูง : 181 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : โตริโน่

ประวัติส่วนตัว

อันเดรีย เบล็อตติ (กำเนิด 20 เดือนธันวาคม 1993) นักเตะอิตาเลี่ยน คนที่เล่นในตำแหน่งดาวยิงให้กับชมรม โตริโน่ และก็กลุ่มชาติ อิตาลี เขามีชื่อเล่นว่า “อิล กัลโล่” หรือ “เจ้าไก่งวง” เบล็อตว่ากล่าว เริ่มค้าลำแข้งกับกลุ่ม อัลบิโน่เลฟเฟ่ ก่อนที่จะย้ายไปซบ ขว้างแลร์บด แล้วก็สามารถพาทีมครองแชมป์ เซเรีย บี ในช่วงฤดูกาล 2013-14 ซึ่งจากนั้นเขาก็ถูกดึงตัวไปเล่นให้กับ โตริโน่ ในปี 2015

ประวัติการค้าหน้าแข้งกับสโมสร

อัลบิโน่เลฟเฟ่

ก้าวแรกของเขาในฐานะนักเตะ เริ่มที่สถานศึกษาวาทศิลปที่กอร์ลาหรูหรา ภายหลังจากประสบความล้มเหลวสำหรับเพื่อการทดลองฝีเท้ากับ อตาลันต้า เบล็อตว่ากล่าว ได้ตกลงใจย้ายไปเล่นให้กับ อัลบิโน่เลฟเฟ่ รวมทั้งถูกส่งให้ไปร่วมฝึกฝนในระบบเยาวชนของสมาพันธ์ ถัดมาเขาได้รับช่องทางลงไปในสนามเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับชุดใหญ่ในช่วงฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเขาสามารถยิงได้ 2 ประตูจาก 8 เกมที่ลงเล่นใน เซเรีย บี ช่วงเวลาเดียวกันก็ควบตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของกลุ่มเยาวชนในฤดูกาลนั้นด้วย

ในช่วงฤดูกาลถัดมา เขาก็ถูกขยับขึ้นไปเล่นให้กับกลุ่มชุดใหญ่สุดกำลัง รวมทั้งลงสู่สนามทั้งหมดทั้งปวง 31 เกมในศีก ลีก้า โปร แถมซัดไปย้ำๆ12 ประตู โดยในฤดูกาลนั้นเองได้มีปราการหลังนามว่า “เมาโร เบล็อตว่ากล่าว” อยู่ด้วย ก็เลยทำให้ อันเดรีย มีชื่อเล่นว่า “เบล็อตว่ากล่าวโน่” เพื่อสบายต่อการเรียกผู้เล่นทั้งคู่คน

ปาแลร์โม่

ในวันที่ 2 เดือนกันยายน 2013 เขาย้ายไปเล่นให้กับชมรม ขว้างแลร์บด ในฐานะนักฟุตบอลยืมตัว โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 500,000 ยูโร (ราว 19.1 ล้านบาท) รวมทั้งมีเงื่อนไขซื้อขาดอยู่ที่ 2.5 ล้านยูโร (โดยประมาณ 95.4 ล้านบาท) เบล็อตว่ากล่าว ลงไปในสนามเปิดตัวให้กับกลุ่มตอนวันที่ 24 ก.ย. 2013 ด้วยการเป็นตัวสำรองแปลงแทน ดาวิเด้ ดิ เกนที่นาโร่ ในเกมที่เจอกับ บาปรี่

เบล็อตว่ากล่าว ซัดสกอร์แรกให้กับกลุ่มในวันที่ 5 ต.ค. 2013 ซึ่งเป็นการเจอกับ เบรสชา แล้วก็สามารถพาทีมเลื่อนสู่ลีกสูงสุดได้อีกด้วย เขาจบฤดูด้วยการซัดไป 10 ประตูในลีก

เขาลงเล่นบนลีกสูงสุดทีแรกช่วงวันที่ 31 ส.ค. 2014 ในวัย 20 ปี โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองลงไปในสนามแทน เปาโล ดีบาล่า ในแมตช์ที่เปิดรังเสมอ ซามป์โดเรีย 1-1 ต่อจากนั้น เบล็อตติเตียน สามารถซัดสองประตูบน กัลโช่ เซเรีย อา จากการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมเยี่ยม ท้องนาโปลี 3-3 ซึ่งจบฤดูนั้นเขาลงในสนามทั้งมวล 38 เกม (โดยมากเป็นสำรอง) และก็ยิงได้ทั้งหมดทั้งปวง 6 ประตู

โตริโน่

ช่วงวันที่ 18 เดือนสิงหาคม 2015 เขาได้ตกลงใจย้ายไปเล่นให้กับสมาคม โตริโน่ ด้วยค่าจ้างปริมาณ 7.5 ล้านยูโร (โดยประมาณ 19.1 ล้านบาท) เบล็อตว่ากล่าวเปิดฉากสกอร์แรกให้กลุ่มเอาชนะ โบโลญญ่า 2-0 จวบจนกระทั่งจบฤดู เขายิงไปทั้งปวง 12 ประตูจาก 35 เกมที่ลงเล่น โดยเป็นการซัด 7 ลูกในครึ่งฤดูกาลข้างหลัง

เบล็อตตำหนิ เริ่มฤดู 2016-17 ด้วยการเปิดฉากสกอร์ใส่ เอซี มิลาน แต่ว่ากลุ่มก็แพ้ไป 2-3 ซึ่งถัดมาในวันที่ 28 เดือนสิงหาคม 2016 เขาสามารถซัดแฮตทริคแรกในอาชีพการค้าขายหน้าแข้ง จากเกมที่เปิดรังกระหน่ำ โบโลญญ่า 5-1 จากผลงานการเล่นที่สุดยอดทำให้สมาคมมอบรางวัล ด้วยการขยายข้อตกลงอยู่ยาวกับกลุ่มไปถึงปี 2021 รวมทั้งตั้งค่าฉีกข้อตกลงอยู่ที่ 100 ล้านยูโร (ราว 3,815 ล้านบาท) แถมควรจะเป็นสมาคมนอกประเทศแค่นั้นถึงจะย้ายได้

ตอนวันที่ 5 เดือนมีนาคม 2017 เบล็อตติเตียน ได้รับช่องทางสวมปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่แขนกัปตันกลุ่มเป็นครั้งแรกให้กับ ขว้างแลร์บด ซึ่งเขาสามารถทำแฮตทริคที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เซเรีย อา นับจากที่เคยทำไว้ช่วงวันที่ 30 ม.ค. 2000 (7 นาที 15 วินาที) ตีสถิติของ อันเดรย์ เชฟศาสนาเชนโก้เก๋

ถัดมาเขาแปลงเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่อายุน้อยกว่า 24 ปีแล้วก็ซัดไป 24 ประตูในช่วงฤดูกาลเดียว นับจากที่ เชฟศาสนาเชนโก้เก๋ ทำไว้เมื่อปี 1999-00 เบล็อตตำหนิ จบฤดูกาล 2016-17 ด้วยการซัด 26 ประตูในลีกแล้วก็สองประตูใน วัวปขว้าง อิตาเลีย

ชื่อเสียง

สโมสร

ปาแลร์โม่

– แชมป์ เซเรีย บี : 2013-14

 

แหล่งที่.. sport-idol

Read More

ประวัติความเป็นมาของ ลีออน โกเรทซ์ก้า

ประวัติความเป็นมาของ ลีออน โกเรทซ์ก้า

ชื่อเต็ม : ลีออน โกเรทซ์ก้า

วันเกิด : 6 กุมภาพันธ์ 1995

ที่เกิด โบคุ่ม, เยอรมัน

สัญชาติ เยอรมัน

ส่วนสูง 189 เซนติเมตร

ตำแหน่ง กองกลาง


ประวัติส่วนตัว

ลีออน โกเรทซ์ก้า เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน ที่เริ่มพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในแข้งที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป ปัจจุบันสังกัดอยู่ในสโมสร ชาลเก้ 04 ทีมชั้นนำในศึก บุนเดสลีก้า เยอรมัน และล่าสุดเพิ่งติดทัพ “อินทรีเหล็ก” ชุดลุยศึก คอนเฟเดอเรชั่นส์ 2017 ที่ประเทศ รัสเซีย อีกด้วย

เฟาเอฟแอล โบคุ่ม

เส้นทางอาชีพของ โกเรทซ์ก้า เริ่มต้นขึ้นกับ เอสวี 06 โบคุม ในปี 1999 โดยเจ้าตัวลงเล่นขัดเกลาฝีเท้าเป็นเวลา 2 ปี ก่อนได้ย้ายมาเล่นกับ เฟาเอฟแอล โบคุ่ม ในปี 2001 และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเรื่อยมา วันที่ 30 กรกฏาคม ปี 2012 โกเรทซ์ก้า คว้าเหรียญทองฟริตซ์ วอลเตอร์ รางวัลสูงสุดประจำปีของสมาคมฟุตบอลเยอรมันที่จะมอบให้กับแข้งเยาวชนของ ประเทศโดย โกเรทซ์ก้า อยู่ในชุด ยู 17 ต่อมาเส้นทางอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวก็เริ่มต้นขึ้น วันที่ 4 สิงหาคม ปี 2012 ได้ลงประเดิมสนามนัดแรก ในเวทีลีก้า 2 นัดที่ โบคุม เปิดบ้านเชือด ดินาโม เดรสเดน 2-1 ซึ่งเจ้าตัวสามารถยิงประตูในเกมนี้ได้อีกด้วย

ชาลเก้ 04

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ โบคุ่ม จนไปเตะตาแมวมองของ ชาลเก้ 04 ทีมดังในศึกบุนเดสลีก้าและดึงตัวลีออน โกเรทซ์ก้า มาร่วมทีมในเดือน มิถุนายน ปี 2013 ก่อนที่ทัพ “ราชันสีน้ำเงิน” จะประกาศยืนยันว่าพวกเขาได้คว้าตัว โกเรทซ์ก้า มาร่วมทีมแล้วด้วยการเซ็นสัญญา 5 ปี จนถึงปี 2018 ส่วนราคาคาดว่าอยู่ที่ราว 3-4 ล้านยูโร ซึ่งเจ้าตัวสวมเสื้อหมายเลข 8 ที่เจ้าของก่อนหน้านี้คือ ซิเปรียน มาริก้า ดาวเตะชาวโรมาเนีย

ฤดูกาล 2013/14 โกเรทซ์ก้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจัดการ ยิง 5 ประตู จากการลงสนาม 32 นัด

ฤดูกาล 2014/15 เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงสนามกับทัพ “ราชันสีน้ำเงิน” ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมสำรอง โดยลงให้ทีมชุดใหญ่ 10 นัด และลงทีมสำรอง 1 นัด ต่อมาในฤดูกาล 2015/16 โกเรทซ์ก้า ก็ขยับขึ้นมาเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้ในที่สุด โดยลงสนาม รวมทุกรายการ 34 นัด ยิงได้ 2 ประตู

ส่วนฤดูกาลล่าสุด 2016/17 ลงสนามรวมทุกรายการ 41 นัด ยิงได้ 8 ประตู และทำไป 4 แอสซิส จนตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์และ แมนเชเตอร์ ซิตี้

ทีมชาติเยอรมัน

ลีออน โกเรทซ์ก้า ติดธงทีมชาติครั้งแรกในชุด ยู-16 ในวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2010 ในนัดกระชับมิตรกับ ไอร์แลนด์เหนือ และเจ้าตัวสามารถยิงประตูในเกมนี้ได้อีกด้วย จากฟอร์มที่ร้อนแรงของเจ้าตัวทำให้ไม่นานหลังจากนั้น โกเรทซ์ก้า ก็ก้าวขึ้นมาติดธงชาติเยอรมันชุด ยู-17 โดยได้โอกาสลงสนามครั้งแรกในเกมที่ทัพ “อินทรีเหล็ก” ถล่มตุรกี 4-0 ในวันที่ 24 สิงหาคม ปี2011

พฤษภาคม ปี 2012 ลีออน โกเรทซ์ก้าได้สวมบทเป็นกัปตันทีมชาติเยอรมันชุด ยู-17 ลุยศึกฟุตบอลรายการ ยูฟ่า ยู-17 ฟุตบอล แชมเปี้ยนสชิพ ที่ประเทศ สโลวีเนีย และพาทัพ “อินทรีเหล็ก” วัยละอ่อนเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ฮอลแลนด์ได้สำเร็จ และในนัดชิงชนะเลิศดังกล่าว โกเรทซ์ก้า จัดการซัดประตูเบิงร่องให้เยอรมัน ยู-17 ขึ้นนำ ทัพ “อัศวินสีส้ม” 1-0 ก่อนที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอ 1-1 และพวกเขาดวลจุดโทษพ่าย ฮอลแลนด์ 4-5 พลาดคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา เต็มไปด้วยคุณภาพ โกเรทซ์ก้า ได้รับโอกาสสำคัญ ติดทีมชาติเยอรมันชุดยู-21 ภายใต้การทำทีมของ ฮอร์สท์ ฮรูเบช โดยลงสนามเกมแรกในนัดที่ เยอรมัน เสมอ ฝรั่งเศส 0-0

ทีมชาติเยอรมัน ชุดใหญ่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2014 โกเรทซ์ก้า ถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ ซึ่งเจ้าตัวได้ลงประเดิมสนามครั้งแรกในทีมชุดใหญ่ นัดที่ เยอรมัน เสมอ โปแลนด์ 0-0 แต่ทว่าเจ้าตัวโชคร้ายได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อจนถูกตัดชื่อออกพลาดโอกาสไปลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่ประเทศบราซิล ซึ่งสุดท้ายแล้วทัพ “อินทรีเหล็ก” ผงาดคว้าแชมป์โลกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นสมัยที่ 4 และปี 2017 โกเรทซ์ก้า มีชื่อติดทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยศึก คอนเฟเดอเรชั่นส์ 2017 ที่ประเทศ รัสเซีย

สไตล์

ลีออน โกเรทซ์ก้า ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในวงการฟุตบอลเยอรมัน ถึงขนาดที่ ปีเตอร์ นอยรูเรอร์ กุนซือ โบคุ่ม ออกปากให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่เคยเห็นเด็กอายุ 18 ปี คนไหนที่มีศักยภาพมากมายไปกว่า โกเรทซ์ก้า เขาคือสุดยอดแข้งที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ในรอบศตวรรษ”

ประสิทธิภาพ นอกกรอบเขตโทษของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ พอล สโคลส์ และยังเห็นกันอย่างชัดเจนกับความยอดเยี่ยมในการเข้าโจมตีคู่แข่งในกรอบเขตโทษ ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว ทำให้เขามีลูกกลางอากาศที่แข็งแกร่ง เป็นอาวุธลับอีกหนึ่งอย่างของเจ้าตัวอีกด้วย

ทั้งนี้ โกเรทซ์ก้า สามารถเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้เช่นกัน รวมทั้งปีกซ้ายและขวา และในตำแน่งเพลย์เมกเกอร์อีกด้วย…

Read More

ประวัติความเป็นมาของ ติโม แวร์เนอร์

ชื่อเต็ม : ติโม แวร์เนอร์
วันเกิด : 6 เดือนมีนาคม 1996
สถานที่เกิด : สตุ๊ตการ์ต, ประเทศเยอรมนี
เชื้อชาติ : เยอรมัน
ความสูง : 181 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : ไลป์ซิก

ประวัติส่วนตัว

ติโม แวร์เนอร์ (เกิด 6 เดือนมีนาคม 1996) นักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งกองหน้า สมัยก่อนเด็กปั้นอติดอยู่เดมี่ของ สตุ๊ตการ์ต ซึ่งตอนนี้ลงเล่นให้กับสมาพันธ์ ไลป์ซิก และก็ ทีมชาติเยอรมัน

เรื่องราวค้าหน้าแข้งกับสโมสร สตุ๊ตการ์ต

เขาเริ่มทางอาชีพกับสโมสร สตุ๊ตการ์ต ช่วงวันที่ 1 เดือนสิงหาคม 2013 ในศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบเลือก เจอกับกลุ่ม โบเตฟ พลอฟดิฟ ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี 4 เดือนกับอีก 25 วันแค่นั้น ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นผู้เล่นที่อายุต่ำที่สุดที่ลงเล่นในแมตช์เป็นทางการให้กับกลุ่มบุนเดสลีก้าอย่าง “ม้าขาว”

แวร์เนอร์ ลงสู่สนามในศึกบุนเดสลีก้าเป็นครั้งแรกช่วงวันที่ 17 เดือนสิงหาคม 2013 เจอกับ เลเวอร์คูเซ่น ถัดมาในวันที่ 22 ก.ย. 2013 เขาสามารถเปิดสกอร์แรกบนลีกสูงสุดในเกมที่เจอหน้ากับทางด้าน ไอทรัคต์ แฟร้งค์เฟิร์ต ต่อไปวันที่ 10 พ.ย. เขามีส่วนช่วยให้กลุ่มเอาชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 ด้วยการซัดประตูตอน 2-0 และก็ 3-1 โน่นทำให้เขาเปลี่ยนเป็นดาวเตะที่อายุต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีก้า ซึ่งสามารถยิงสองประตูในเกมเดียวกันได้

ตลอด 3 ปีกับสมาพันธ์ แวร์เนอร์ ซัดไปทั้งมวล 13 ประตูจาก 95 เกมลีกที่ลงสู่สนาม ก่อนที่จะถูกทางด้านของ ไลป์ซิก กลุ่มสมาชิกใหม่ไฟแรงคว้าตัวไปเสริมกองทัพก่อนฝ่าศึกบุนเดสลีก้าของฤดู 2016-17

ไลป์ซิก

ตอนวันที่ 11 เดือนมิถุนายน 2016 แวร์เนอร์ ตกลงเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปีกับทีม ไลป์ซิก โดยมีค่าตัวอยู่ที่ 10 ล้านยูโร (ราว 388 ล้านบาท) ซึ่งนับว่าเป็นสถิติการย้ายตัวสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย

เขาสิ้นสุดฤดู 2016-17 ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ซัดไปทั้งปวง 21 ประตูจาก 31 เกมลีกที่ลงเล่น รวมทั้งโน่นทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่เข้าจนได้

เส้นทางในระดับทีมชาติ

แวร์เนอร์ เคยลงเล่นในชื่อกลุ่มชาติลุยศึก ยูฟ่า ยูโร-ยู17 เมื่อปี 2012 แต่ว่าต่อจากนั้นในปี 2017 เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ภายใต้กระบวนการทำกลุ่มของ โยอาคิม เลิฟ เพื่อฝึกซ้อมกับ “สิงโตคำราม” แล้วก็บู๊จัดหนักกับ อาเซอร์ไบจาน ในบอลโลก รอบเลือก 2018

ช่วงวันที่ 25 เดือนมิถุนายน 2017 แวร์เนอร์ สามารถซัด 2 ประตูในเกมที่เจอกับ แคเมอรูน บนเวที คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 และก็ช่วยทำให้กลุ่มครองแชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมรางวัลรองเท้าทองคำจากผลงานซัด 3 ประตูและก็ทำแอสซิสต์มากยิ่งกว่าผู้ใดถึง 2 ครั้ง

เกียรติประวัติ

ทีมชาติ เยอรมัน

– แชมป์ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ : 2017

ผลงานส่วนตัว

– เหรียญทอง ฟริตซ์ วอลเตอร์ ประเภท ยู-17 : 2013
– เหรียญเงิน ฟริตซ์ วอลเตอร์ ประเภท ยู-19 : 2015
– ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ โกลเด้น บู้ท : 2017

 

แหล่งที่มา.. sport-idol

Read More

ประวัติความเป็นมาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ชื่อเต็ม : โมฮาเหม็ด ซาลาห์
วันเกิด: 15 เดือนมิถุนายน คริสต์ศักราช 1992 (25 ปี)
กำเนิดที่ : บาสยูน, ประเทศอียิปต์
เชื้อชาติ : อียิปต์
ความสูง : 175 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัว

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เริ่มเล่นบอลหนแรกให้กับชุดเยาวชนของ เอล โมคารูน ทีมในลีกของอียิปต์ก่อนที่จะเจ้าตัวจะแสดงความสามารถออกมาเรื่อยจนกระทั่งไปสะดุดตาแมวมองของกลุ่ม บาเซิ่ล ยอดกลุ่มในศึกประเทศสวิตเซอร์แลนด์ต่อจากนั้นเจ้าตัวก็โชว์ได้สะเด่าซะอย่างมากกระทั่งย้ายไปอยู่หลายลีกหลายทีมด้วยกันแล้วก็เดี๋ยวนี้ ซาลาห์ ได้เปลี่ยนเป็นลำแข้งคนสำคัญของสาวก เดอะ ค็อป”หงส์แดง สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

เอล โมคารูน (2006/2012)

ภายหลัง ซาลาห์ บ่มเพาะความสามารถกับกลุ่มชุดเยาวชนของเอล โมคารูน อยู่ถึง 4 ปีท้ายที่สุดจังหวะสำหรับเพื่อการโลดแล่นบนลีกสูงสุดก็มาถึงเมื่อเขาได้ลงเปิดฉากสนามในวันนี้ 3 เดือนมิถุนายน 2010 โดยลงมาเป็นสำรองในเกมที่เจ๊ากับ เอล มันซูร่า 1-1 ซึ่งจากการลงไปในสนามในเกมวันนั้นเจ้าตัวก็ได้รับช่องทางสำหรับในการลงสู่สนามมากยิ่งขึ้นจนถึงท้ายที่สุดเจ้าตัวก็ปลดล็อคซัดประตูแรกในเกมลีกได้เสร็จ

ในช่วงฤดูกาล 2011-2012 ภายหลังจากได้รับความเชื่อมั่นให้ลงสู่สนามเป็นตัวจริงแล้วก็กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสะเด่าแต่ว่าสิ่งที่ไม่คิดก็เกิดขึ้นเมื่อมีการก่อเหตุทะเลาะเบาะแว้งครั้งใหญ่จนกระทั่งได้ผลให้มีคนเสียชีวิตถึง 74 รายรวมทั้งเจ็บมากมายถึง 500 ก็เลยนำมาซึ่งการทำให้สัมพันธ์บอลอียิปต์ตกลงใจยกเลิกการประลองครั้งงหมดในฤดูกาลนั่นเอง

บาเซิ่ล (2012/13)

ภายหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวมาแล้วข้างต้นสิ้นสุดลงก็ได้มีทีมจากศึกสวิต ซูเปอร์ลีก อย่าง บาเซิ่ล ได้เดินทางมาเตะฝึกซ้อมกับทีมชาติอียิปต์ ชุดยู-23 ซึ่งประจวบกับ ซาลาห์ มีชื่ออยู่ในชุดนี้ด้วยโดยเจ้าตัวสบโอกาสลงเล่นในตอนช่วงหลังแล้วก็โชว์ฟอร์มเทพเหมาผู้เดียวไปถึงสองเม็ดซึ่งเกมนั้นจบลงที่ อียิปต์ ชุดยู-23 เอาชนะไปได้แบบสุดมัน 4-3 แล้วก็ภายหลังจากจบเกมดังที่กล่าวมาข้างต้นทางสบอร์ดบริหารของบาเซิ่ล ไม่รอช้ารีบคว้าตัวเพชรเม็ดสวยรายนี้ไปสู่ทีมโดยทันทีรวมทั้งประกาศคว้าตัวในวันที่ 10 เมษยน 2012 ด้วยการเซ็นสัญญาระยะยาวถึง 4 ปีร่วมกัน

23 เดือนมิถุนายน 2012 เบิกสกอร์แรกให้กับตนเองในตอนทัวร์ปรีฤดูกาลด้วยการทำประตูใส่สเตอัว บูคาเรสต์ นั่นเอง ซึ่งเกมอย่างเป็นทางการสำหรับปีกตัวจี๊ดเชื้อชาติอียิปต์ก็คือการลงเปิดฉากในถ้วยหูใหญ่อย่างศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบเลือกสรรสำหรับในการเจอกับโมลด์ ผู้แทนจากลีกประเทศนอร์เวย์ซึ่งลงมาในฐานะผู้เล่นสำรอง ภายหลังจากโน่นเจ้าตัวก็ได้รับจังหวะลงสู่สนามเพิ่มมากขึ้นเสมือนในช่วงเวลาที่เล่นอยู่ในประเทศถิ่นกำเนิด ด้วยเกรดทีมที่ยังประมือคนไหนมิได้ก็เลยนำมาซึ่งการทำให้พวกเขาไม่เข้ารอบในบอลยุโรปด้วยการพ่ายแพ้ต่อเชลซี ไปด้วยสกอร์รวม 2-5 ส่วนผลงานในลีกยังคงเป็นอันดับที่หนึ่งในดวงใจเสมอด้วยเหตุว่าพวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์ลีกมาครอบครองได้นั่นเอง

ฤดู 2013/14

ซาลาห์ เริ่มฤดูกาลใหม่ด้วยครอบครองแชมป์อูเรน คัพ ซึ่งเป็นการเจอกันของแชมป์ลีกรวมทั้งแชมป์บอลถ้วยนั่นเอง ผลงานส่วนตัวของ ซาลาห์ ในช่วงฤดูกาลใหม่นี้ค่อนข้างจะดีด้วยเหตุว่าเจ้าตัวทำประตูใส่ทีมในลีกได้แล้วยังผลิตสกอร์ในถ้วยยุโรปได้อย่างสม่ำเสมอแต่ว่าดันมีปัญหาสำหรับในการไปเยี่ยม มัคคาบี้ เทล อาวีฟ ทีมจากอิสราเอลที่ ซาลาห์ ดันมิได้ประสานมือกับผู้เล่นเจ้าของบ้านเพราะว่าตอนนั้นมีปัญหาเรื่องเชื้อชาติมาเกี่ยวด้วยกระทั่ง ซาลาห์ โดนจับตามองเป็นพิเศษก่อนที่จะสังกัดเดิมอย่าง บาเซิ่ล จำเป็นต้องเรียกตัวมาทำความเข้าใจแต่ว่าตอนท้ายปัญหาเกี่ยวกับนี้ก็จบสิ้นลงด้วยดี

ซึ่งผลงานเด่นๆสำหรับ ซาลาห์ ดันเป็นในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โชว์ฟอร์มเข้าตายักษ์ใหญ่ของยุโรปรวมทั้งเปลี่ยนเป็นเชลซี ยอดทีมจากศึกพรีเมียร์ ลีก ที่จ้องมองจะฉกดาวเตะอียิปต์ไปร่วมทีม

เชลซี (2013/14)

26 เดือนมกราคม 2014 “สิงห์บลูส์” เชลซี ได้ทำประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาปิดดีล ซาลาห์ เป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วด้วยค่าตอบแทนราวๆ 11 ล้านปอนด์ (ราว 478 ล้านบาท) รวมทั้งถือว่า ซาลาห์ เป็นนักฟุตบอลอียิป์คนแรกที่ย้ายมาร่วมทีมเชลซี โดยลงเปิดฉากครั้งแรกในวันที่ 8 ก.พ. 2014 ในเกมที่เอาชนะนิวติดอยู่สเซิ่ลไปแบบกินขาด 3-0 ก่อนที่จะเจ้าตัวจะปลดล็อคทำประตูแรกได้ด้วยการลงมาเป็นสำรองแทนที่ของออสการ์ ในศึก “ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์” ที่เอาชนะอาร์เซน่อล ไปแบบกินขาด 6-0 ซึ่งถือเป็นการเปิดฉากในศึกพรีเมียร์ ลีก ได้ไม่เลวอย่างยิ่งจริงๆ

ฤดู (2014/15)

ก่อนเริ่มฤดูกาล ซาลาห์ มีปัญหาส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องทางการทหารกระทั่งเจ้าตัวจะต้องกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด จนกระทั่งนำมาซึ่งการทำให้ดาวเตะรายนี้จังหวะลงในสนามน้อยมากๆบวกกับการมาของ เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวตัวจี๊ดยิ่งทำให้แนวทางการลงสู่สนามของ ซาลาห์ ลดลงไปอีกกระทั่งในที่สุดเจ้าตัวทนสำรองต่อไม่ไหวจำเป็นต้องเก็บของย้ายไปย้ายไปอยู่ ฟิออเรนตำหนิน่า กลุ่มจากศึกเซเรีย อา ด้วยข้อตกลงยืมตัวนั่นเอง ซึ่งภายหลังจากย้ายไปอยู่ในประเทศอิตาลีเจ้าตัวก็ได้จังหวะลงในสนามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วก็เจ้าตัวขอเลือกลำดับที่ 74 เพื่อเป็นการนึกถึงผู้ตายในเหตุดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

14 เดือนกุมภาพันธ์ ลงประครั้งแรกให้กับฟิออเรนติน่ารวมทั้งระเบิดฟอร์มซัดประตูแรกได้ในทันทีรวมทั้งจัดแจงผลิตอีกหนึ่งแอสชิสต์ช่วยพาทีมคว้าชัยเหนือ ซัสซัวโล่ ไปแบบสบายๆ3-1 ภายหลังต่อจากนั้น 12 วันก็ได้ลงเปิดฉากในศึกยูโรป้า ลีก ในทันทีและก็ช่วยทีมล้ม สเปอร์ส ทีมจากอังกฤษไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-1 รวมทั้งยังเป็นคีย์แมนพาทีมเข้าวินเหนืออีกทั้งอินเตอร์แล้วก็ยูเวนเหม็นตุส อีกด้วย แต่ว่าภายหลังจากจบฤดู “ม่วงมหากาฬ” พยายามจะเซ็นสัญญาแบบถาวรแต่ว่าเจ้าตัวเลือกปฎิเสธรวมทั้งตกลงใจย้ายซบ โรม่า คู่ปรับร่วมลีกซะแบบนั้น

โรม่า (2015/16)

ย้ายซบ “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า ด้วยจำนวนเงินมากถึง 15 ล้านปอนด์เพียงแค่นั้น (652 ล้านบาท) รวมทั้งผลงานชิ้นแรกของเจ้าตัวก็คือการนำสังกัดเดิมรอดพ้นจากความปราชัยด้วยการไล่หลังเจ๊า ซัสซัวโล่ แบบสุดมัน 2-2 ภายหลังโน่นก็ซัดประตูใส่กลุ่มอื่นๆบ่อยมา ก่อนที่จะวันที่ 25 ต.ค. 2015 เจ้าตัวจำเป็นต้องไปกลับไปประจันหน้าอดีตกาลสังกัดเดิมเก่าอย่าง ฟิออเรนติน่า รวมทั้งทำแสบกลุ่มเก่าโดยทันทีด้วยการซัดประตูใบเบิกร่องแล้วก็เป็นประตูชัยให้กับกลุ่มก่อนที่จะด้านหลังเกมจะถูกไล่ออกจากสนามไป

ผลงานส่วนตัวของ ซาลาห์ สำหรับการสีเสื้อโรม่า นั้นราวเป็นคนล่ะคนจากสองทีมที่เคยค้าลำแข้งอยู่ โดยเจ้าตัวจัดแจงซัดไปทั้งหมดทั้งปวง 15 ตุงแล้วก็อีก 6 แอสซิสต์พร้อมทั้งเป็นรับตำแหน่งผู้เล่นดีของสโมสรไปครอบครองแบบไม่มีผู้ใดคัดค้าน

หงส์แดง (2016/17)

จากผลงานอันสุดสะเด่าขึ้นหิ้งอย่างงี้ทำให้เจ้ามีข่าวสารการย้ายกลุ่มอย่างหนาหูและก็หนึ่งในซึ่งก็คือ “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง กลุ่มจากดินแดนผู้ดีที่จ้องมองฉกไปร่วมกลุ่มด้วยรวมทั้ง “ลิเวอร์พูล” ก็เสร็จด้วยการยื่นข้อเสนอให้กับ โรม่า มากถึง 42 ล้านปอนด์ (ราว 1827 ล้านบาท) แล้วก็เป็นการตีสถิติสูงสุดของสมาพันธ์ด้วย ซาลาห์ โดยเจ้าได้ย้ายมาเมื่อตอนซัมเมอร์ก่อนหน้านี้แล้วก็เปลี่ยนเป็นนัดหมายเตะอียิปต์คนแรกของหงส์แดง ด้วย ซึ่งภายหลังจากเจ้าตัวย้ายกลับมาค้าลำแข้งที่อังกฤษอีกทีก็โชว์ฟอร์มได้สมราคาสถิติของชมรมเสียจริงๆด้วยการนำเป็นดาวซัลโวโดดเดี่ยวๆของศึกพรีเมียร์ลีกแล้วก็ปฎิเสธมิได้เลยว่าในตอนนี้ ซาลาห์ เป็นผู้หามความคาดหมายของสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างแท้จริง

ทีมชาติอียิปต์

ซาลาห์ เริ่มลงเล่นในชุดยู-20 แล้วก็ ยู-23 พาทีมไปลงเตะศึกบอลโลกชุดเล็กก่อนที่จะฟอร์มการเล่นจะเข้าตาสุดๆจนกระทั่งถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่และก็เบิกสกอร์แรกได้เป็นเสร็จในเกมเอาชนะ เซียร่า ลีโอน ก่อนที่จะบวกสกอร์มาเรื่อยอีกทั้งการซัดแฮทริคพาทีมเข้ารอบในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ พร้อมทั้งพ่วงได้รับทีมดีที่สุดของทัวร์นาเม้น ก่อนที่จะในศึกบอลโลกก็รับบทบาทเป็นผู้นำกองทัพอย่างเดิมแล้วก็เป็นคนซัดประตูชัยส่งทีมบ้านเกิดไปเล่นบอลโลกรอบท้ายที่สุดที่รัสเซียกลางปีหน้าเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

 

 

แหล่งที่มา.. https://www.sport-idol.com

Read More